วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลไม่เป็นความผิด หยุดลิดรอนสิทธิของประชาชน

จากกรณีที่มีข่าวว่าศิลปินดาราจำนวนหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลจนถูกขู่ว่าจะดำเนินคดีหากโพสต์บิดเบือน และอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหลายฉบับ (เช่น กฎหมายอาญาฐานหมิ่นประมาท, พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์,หรือ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน) จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างจนแฮปแท็ก #Saveมิลลิ พุ่งติดเทรนด์อันดับ 1 ในทวิตเตอร์

กรณีดังกล่าวมีประเด็นที่น่าสนใจโดยจะได้ไล่เรียงกันกันไปทีละประเด็นดังนี้

[ประการแรก : การแสดงความคิดเห็นเป็นเสรีภาพที่ถูกร้องรับไว้ภายใต้รัฐธรรมนูญ]
บทบัญญัติมาตรา 34 แห่งรัฐธรรมนูญ ได้กำหนดรับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนเอาไว้ และรัฐย่อมไม่อาจจำกัดเสรีภาพดังกล่าวได้ เว้นแต่จะอาศัยอำนาจตามกฎหมายที่ตราขึ้นเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐหรือเพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของประชาชน…
ผู้เขียนเห็นว่า หากการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจะเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐแล้ว รัฐดังกล่าวก็คงอยู่ในสภาพที่ #ง่อนแง่นเต็มทน ที่สั่นสะเทือนได้เพียงเพราะถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยประชาชนเท่านั้น

[ประการที่สอง : การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลเป็นการติชมตามวิสัยที่ประชาชนพึงกระทำได้]
หากเราพิจารณาความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา จะเห็นได้ว่ามีการกำหนดบทยกเว้นความผิดเอาไว้ในมาตรา 329 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา อนุมาตรา 3 ที่กำหนดยกเว้นเอาไว้ว่า การแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตอันมีลักษณะเป็นการ #ติชมด้วยความเป็นธรรม ย่อมเป็นวิสัยที่ประชาชนจะพึงกระทำได้ ดังนั้น การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลย่อมเป็นสิ่งที่ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจมีความชอบธรรมที่จะกระทำได้ และไม่ถือว่าเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทแต่อย่างใด

[ประการที่สาม : การวิพากษ์วิจารณ์ ≠ เฟกนิวส์]
การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์มาตรา 14(2) จะต้องเป็นกรณีที่นำเข้าข้อมูลอัน #เป็นเท็จ อันน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของรัฐหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกต่อประชาชน
เช่นนี้แล้ว การวิพากษ์วิจารณ์จะเป็นความผิดก็ต่อเมื่อครบองค์ประกอบ คือ เป็นการแสดงข้อความเท็จ และการแสดงข้อความดังกล่าวน่าจะเกิดความเสียหายตามความในมาตราดังกล่าวเท่านั้น ดังนั้น การตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ภายใต้กรอบของคำว่า #สุจริต ย่อมไม่อาจถือว่าเป็นความเท็จได้ เนื่องจากการแสดงความคิดเห็นเป็นการแสดงออกผ่านกระบวนการคิดและความเชื่อของผู้พูดเอง อย่างไรก็ตาม จะต้องพิจารณาประกอบกับพฤติการณ์อื่น ๆ ด้วยว่าการวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวมีการแสดงข้อมูลที่เป็นเท็จประกอบด้วยหรือไม่

[ประการสุดท้าย : การพูดความจริงไม่ผิดตามข้อ 11 ของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน]
แม้ถ้อยคำในข้อ 11 แห่ง พ.ร.ก. ฉุกเฉินจะถูกวิจารณ์เป็นวงกว้างถึงความคลุมเครือ ไม่ชัดเจน แต่หากพิจารณาภาพรวมของบทบัญญัติดังกล่าว ก็น่าจะเข้าใจได้ว่า การกล่าวความจริงย่อมไม่เป็นความผิดตามข้อดังกล่าว มิเช่นนั้นแล้ว พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าวน่าจะขัดรัฐธรรมนูญและตกไปตั้งแต่ต้น และท่านรองนายกวิษณุก็ยังได้ยืนยันเอาไว้เช่นเดียวกัน ดังนั้น การวิพากษ์วิจารณ์ก็ไม่น่าจะเป็นความผิดตามข้อนี้แต่อย่างใด (อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนก็ยังเห็นว่าการออกกฎเกณฑ์ที่มีโทษทางอาญาเพื่อบังคับใช้กับประชาชนสมควรที่จะมีความชัดเจน และไม่คลุมเครือจนก่อให้เกิดปัญหาในการใช้หรือการตีความ)

โดยสรุปจากกรณีที่มีการจี้ตำรวจให้สอบดาราที่ออกมา Call out ตามที่ได้กล่าวข้างต้น จะเห็นว่าหากประชาชนได้ใช้สิทธิโดยสุจริตอันเป็นการกระทำที่พึงกระทำได้ และรัฐย่อมไม่มีอำนาจใดตามกฎหมายที่จะกระทำการอันเป็นการจำกัดสิทธิดังกล่าว ยิ่งไปกว่านั้น การจำกัดสิทธิดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดเสียเอง อย่างไรก็ตาม ก็หาได้หมายความว่าประชาชนจะแสดงความคิดเห็นใด ๆ ได้อย่างไร้ขอบเขต และไร้ความรับผิดชอบ

สุดท้ายนี้ หากท่านเป็นผู้ที่รู้สึกถูกกดขี่ หรือ ถูกรุกล้ำ ลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ขอให้ท่านจงอดทนและยืนหยัดในสิทธิเสรีภาพของตนและแสดงออกต่อไปอย่างสุจริต ภายใต้กรอบแห่งกฎหมาย

แต่หากท่านเป็นผู้ที่ไม่รู้สึกถึงการกดขี่ดังกล่าว ขอให้ท่านลองคิดใคร่ครวญว่าหากสถานการณ์ทางการเมืองกลับตาลปัตรจากปัจจุบัน ท่านก็อาจตกเป็นเหยื่อของการใช้อำนาจและการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายได้เช่นกัน ดังนั้น #จงอย่าทำให้เรื่องไม่ปกติกลายเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าท่านจะมีความคิดเห็นทางการเมืองเช่นไรก็ตาม #เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นล้วนเป็นของท่านทุกคน

ท้ายที่สุด (อันนี้ท้ายสุดจริงๆ) ขอฝากไปยังผู้ใช้อำนาจรัฐทั้งหลาย

ไม่ว่าท่านจะออกมาตอบโต้ว่าไม่ใช่การขู่ แต่เป็นการขอความร่วมมือ หรือจะใช้ถ้อยคำสำนวนอย่างไรก็ตาม แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทุกคำล้วนมีความมุ่งหมายเดียว ก็คือการพยายามปิดกั้นเสรีภาพของประชาชน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นแล้ว การออกหมายเรียก อาจไม่ใช่หมายเรียกมิลลิ แต่อาจเป็นหมายเรียกแขกที่มีชื่อว่าประชาชนก็เป็นได้ และนี่ก็ไม่ใช่การขู่เช่นกัน