วิกฤตการสื่อสารในภาวะวิกฤต

[วิกฤตการสื่อสารในภาวะวิกฤต]
.
หลังจากเขียนเรื่องนี้ไปเมื่อเดือนมกราคม ผ่านมาแล้วก็ 6 เดือน (https://www.facebook.com/106283127997012/posts/124501349508523/) แต่ปัญหานี้ก็ยังไม่เคยได้รับการแก้ไข และยิ่งทวีความรุนแรงและสะท้อนวิธีคิดหลายอย่างที่ผู้มีอำนาจรัฐได้แสดงต่อประชาชน
.
#ความชัดเจนที่สุดของผู้มีอำนาจรัฐในตอนนี้คือความไม่ชัดเจน
โควิดอยู่กับเรามาแล้วเป็นระยะเวลาร่วม 2 ปี และคาดว่าคงยังอยู่กับเราไปอีกระยะใหญ่
.
ในยามวิกฤตเช่นนี้ ทุกคนจำเป็นต้องการความชัดเจน (ไม่เพียงแต่ประชาชนและภาคเอกชนเท่านั้น แต่ยังหมายถึงข้าราชการประจำอีกด้วย)
.
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในความเป็นจริงก็คือ…
รัฐก็ยังคงออกคำสั่งกลับไป-มา, บอกความจริงไม่หมด และล่าสุด สับขาหลอกประชาชน ดังเช่นการที่ประกาศเมื่อวันศุกร์ว่าไม่มีการล็อคดาวน์ แต่ปรากฎว่าในช่วงกลางดึกกลับลักหลับประชาชนด้วยการประกาศคำสั่ง “ที่ไม่ต่างอะไรกับการล็อคดาวน์” และปราศจากแนวทางดำเนินงานและมาตรการเยียวยาที่ชัดเจนอันนำมาซึ่งความสับสนและก่นด่าของประชาชน
.
ผู้เขียนเห็นว่า หากเป็นกรณีที่สถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ และภาครัฐมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่นนี้ ก็คงไม่แปลกอะไรหากจะมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางและมาตรการต่าง ๆ (อย่างไรก็ตาม ท่านก็คงไม่อาจหลีกเลี่ยงเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการทำงานของท่านได้อยู่ดี)
.
แต่สิ่งที่ปรากฎต่อหน้าสาธารณชนก็คือการที่สถานการณ์ยังคงเดิม แต่ผู้มีอำนาจรัฐได้เปลี่ยนมาตรการไป-มา อีกทั้งคำสั่งที่ออกมาก็ยังเลื่อนลอย ไร้แผนการดำเนินงานที่ชัดเจน สิ่งที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่รอบคอบในการตัดสินใจ (หรือบางคนอาจจะเรียกว่า #ชุ่ย ก็สุดแล้วแต่)
.
มาตรการ #กึ่งล็อคดาวน์ ที่ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เตรียมความพร้อม ไม่ใช่เพียงแต่ก่อให้เกิดเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นแก่ภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการร้านอาหาร พนักงาน ลูกจ้าง บุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจเหล่านั้น ทั้งยังรวมถึงประชาชนทั่วไปอีกด้วย #นะจ๊ะ
.
แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็คือการกระทำที่ได้สะท้อนให้เห็นแล้วว่าผู้มีอำนาจรัฐในปัจจุบัน กระทำการและตัดสินใจกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดไป โดยไม่คำถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน #อย่างรอบคอบ หรือเราอาจได้ยินถ้อยคำอื่นที่มีความหมายคล้ายกันในโซเชียลมีเดีย อาทิ #ไม่เห็นหัวของประชาชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จากวาจา กริยา ท่าทางที่แสดงออกอย่างไม่ถูกที่ ถูกเวลา
.
ในช่วงก่อนหน้านี้ ท่านคงคุ้นชินกับการถูกเรียกร้องโดยประโยคที่ว่า Do you hear the people sing ? แต่ตอนนี้ อยากจะถามท่านผู้มีอำนาจทั้งหลายว่า Do you hear the people cry?